HOME / Architecture / ตำนานยักษ์วัดโพธิ์

ตำนานยักษ์วัดโพธิ์



ตำนานยักษ์วัดโพธิ์


  สำหรับยักษ์ประจำวัดโพธิ์ หลายคนคงเคยได้ยินตำนานกำเนิดท่าเตียน ที่เล่าปากต่อปากกันมาว่า บริเวณท่าเตียนอันเป็นพื้นที่โล่งเตียนนั้น เป็นผลจากการต่อสู้ของ "ยักษ์วัดแจ้ง" กับ "ยักษ์วัดโพธิ์" โดยมี "ยักษ์วัดพระแก้ว" เป็นผู้ห้ามทัพ

  โดยตำนานนั้นมีอยู่ว่า ยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งทำหน้าที่ดูแลวัดโพธิ์ และยักษ์วัดแจ้ง ซึ่งทำหน้าที่ดูแลวัดแจ้งหรือวัดอรุณฯ ฝั่งตรงข้ามนั้น ทั้ง ๒ ตน เป็นเพื่อนรักกัน วันหนึ่งทางฝ่ายยักษ์วัดโพธิ์ไม่มีเงิน จึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขอยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้ง พร้อมทั้งนัดวันที่จะนำเงินไปส่งคืน เมื่อถึงกำหนดส่งเงินคืน ยักษ์วัดโพธิ์กลับไม่ยอมจ่าย เบี้ยวเอาเสียดื้อๆ ยักษ์วัดแจ้งเมื่อรอแล้วรอเล่าจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาทวงเงินคืน แต่ยักษ์วัดโพธิ์ไม่ยอมให้ ดังนั้น ในที่สุดยักษ์ทั้ง ๒ ตน จึงเกิดการทะเลาะถึงขั้นต่อสู้กัน แต่เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตมหึมาและมีกำลังมหาศาลของยักษ์ทั้ง ๒ ตน เมื่อต่อสู้กันจึงทำให้ต้นไม้ในบริเวณนั้นถูกยักษ์ทั้งสองเหยียบย่ำจนล้มตายลงหมด หลังจากที่เลิกต่อสู้กันแล้วบริเวณที่ทั้งสองประลองกำลังกันนั้น จึงราบเรียบกลายเป็นสถานที่ที่โล่งเตียนไปหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย
  ครั้นเมื่อพระอิศวร (พระศิวะ) ได้ทราบเรื่องราวการต่อสู้กัน ทำให้บรรดามนุษย์และสัตว์ทั้งหลายในบริเวณนั้นเดือดร้อน จึงได้ลงโทษโดยการสาปให้ยักษ์ทั้ง ๒ กลายเป็นหิน แล้วให้ยักษ์วัดโพธิ์ทำหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าพระอุโบสถ และให้ยักษ์วัดแจ้งทำหน้าที่ยืนเฝ้าพระวิหารวัดแจ้งเรื่อยมา ส่วนฤทธิ์จากการสู้รบของยักษ์ทั้งคู่ที่ทำชุมชนละแวกนี้ราบเรียบเป็นหน้ากลอง ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกว่า "ท่าเตียน" เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนประวัติการสร้างเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้มีการโปรดเกล้าฯให้รื้ออสูรเฝ้าประจำประตูทั้ง ๔ ประตูออก แล้วนำลั่นถันหรือตุ๊กตาศิลาจีนมาแทน กาลนี้ ได้โปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปยักษ์ขนาดเล็ก สูงประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร จำนวน ๘ ตน ตั้งไว้ที่ทางเข้าหอไตรจตุรมุข (พระมณฑป) ตรงซุ้มประตูทั้ง ๔ ด้าน ด้านละ ๑ คู่ เพื่อให้ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาหอพระไตรปิฎก เมื่อครั้งทำระเบียงพระมหาเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้รื้อซุ้มประตูออกไป ๒ ซุ้ม ปัจจุบันจึงปรากฏรูปยักษ์อยู่เพียง ๒ คู่ คือ มัยราพณ์กับแสงอาทิตย์ อยู่ที่ประตูทิศตะวันตกเฉียงใต้ และพญาขรกับสัทธาสูร อยู่ที่ประตูทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนซุ้มประตูด้านที่รื้อไปนั้น เดิมเป็นทศกัณฐ์กับสหัสเดชะ อยู่ที่ประตูทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และ อินทรชิตกับสุริยภพ อยู่ที่ประตูทิศตะวันออกเฉียงใต้

กลอนตำนานท่าเตียนกับ 

  ยักษ์วัดโพธิ์อวดโตยืนจังก้า          

ขู่ตะคอกบอกว่าอย่าลวนราม               

  ข้านั้นหรือคือมือเก่าเฝ้าวัดนี้

อันทรัพย์สินไม่เคยหายในเวลา             

  เป็นเรื่องจริงใช้คุยคุ้ยเอาเรื่อง

ยักษ์วัดแจ้งคอยระแวงแกล้งชิงชัง         

  เราก็ชายชาติยักษ์รักถิ่นฐาน

สงครามขั้นพันตูดูไม่เบา                      

  สู้กันได้หลายตั้งยังไม่แพ้             

กระแสชลวนแหวกกระแทกกัน              

  แสนสงสารชาวท่าหน้าตลาด

บ้างบนบานศาลกล่าวเจ้าโลกา             

  ครั้นเมื่อยักษ์เลิกรบสงบศึก          

จะยลหน้าไปมองแห่งหนใด                  

  ตั้งแต่นั้นจึงพากันขนาน              

ว่า “ท่าเตียน” เปลี่ยนให้ด้วยใจจง
 

ทำยักท่านักเลงให้เกรงขาม

ใครยุ่มย่ามเป็นไม่ไว้ชีวา

มาหลายปีดีดักนานนักหนา

พระท่านมาอยู่ด้วยช่วยระวัง

เคยขุ่นเคืองมาก่อนกลับย้อนหลัง

เหาะข้ามฝั่งมาราวีถึงที่เรา          

ใครรุกรานต้องขย้ำซ้ำให้เน่า

พองต่อพองจ้องเข้าประหัตถ์กัน

บ้านเรือนแพริ่มฝั่งพังสะบั้น

ดังสะนั่นลั่นรัวทั่วพารา

ต้องอนาถอกหักเพราะยักษา

เชิญท่านมาอยู่ด้วยช่วยกันภัย

ใจระทึกหม่นหมองนั่งร้องไห้

ดูไม่ได้มีแต่เหี้ยนเตียนราบลง

นามเรียกขานกันใหม่ไม่ใหลหลง

ชื่อยังคงมีอยู่มิรู้ลืม